โรคตะกอนหินปูนหูชั้นในเคลื่อน

Benign Paroxysmal Positional VertigoTH 01

เวียนหมุนจากโรคตะกอนหินปูนหูชั้นในเคลื่อน เวียนหัว vs. บ้านหมุน บ้านหมุน   ความรู้สึกว่าตัวเองหรือสิ่งแวดล้อมหมุน เวียนศีรษะ   ความรู้สึกมึน ๆ แต่ไม่มีความรู้สึกว่าตัวเองหรือสิ่งแวดล้อมหมุน เวียนหมุนจากโรคตะกอนหินปูนหูชั้นในเคลื่อน – Benign Paroxysmal Positional Vertigo – BPPV เป็นสาเหตุของอาการเวียนศีรษะที่พบได้บ่อยที่สุดในผู้ป่วยที่มีอาการเวียนศีรษะจากโรคหู ผู้ป่วยมักมีอาการเวียนศีรษะบ้านหมุนแบบเฉียบพลัน สัมพันธ์กับท่าทางหรือการขยับศีรษะ พบได้ทุกช่วงอายุ โดยพบมากขึ้นในผู้ป่วยสูงอายุ พบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย (2:1) อาการของโรคตะกอนหินปูนหูชั้นในเคลื่อน มีอาการเวียนศีรษะบ้านหมุนแบบเฉียบพลัน โดยมักมีอาการไม่เกิน 1 นาที แต่อาจมีอาการเวียนศีรษะตามมาได้ อาการมักสัมพันธ์กับท่าทาง เช่น ลุกจากที่นอน นอนสระผม การได้ยินปกติ ยกเว้นมีความผิดปกติของการได้ยินอยู่เดิม ไม่มีความผิดปกติของระบบประสาทส่วนกลางอื่น ๆ เช่น แขนขาอ่อนแรง ใบหน้าเบี้ยว หมดสติ สาเหตุของโรคตะกอนหินปูนหูชั้นในเคลื่อน ส่วนใหญ่เกิดขึ้นแบบไม่มีสาเหตุ ปัจจัยที่อาจส่งผลให้เกิดโรค เช่น อุบัติเหตุศีรษะกระทบกระแทก โรคของหูบางชนิด ก

รองช้ำ หรือพังผืดใต้ฝ่าเท้าอักเสบ

plantar fasciitis 01

ปวดฝ่าเท้าก้าวแรกหลังตื่นนอน! รองช้ำ! พังผืดใต้ฝ่าเท้าอักเสบ! เชื่อว่าหลายๆคนคงเคยประสบพบเจอกับเหตุการณ์แบบนี้ไม่มากก็น้อยพังผืดใต้ฝ่าเท้าคืออะไร…เป็นเส้นเอ็นบางๆทอดยาวใต้ส้นเท้าตั้งแต่ส้นเท้าถึงด้านหน้าของเท้า รองช้ำ หรือ พังผืดใต้ฝ่าเท้าอักเสบ เกิดจากความเสื่อมและฝืดตึงของพังผืดใต้ฝ่าเท้า พูดง่ายๆคือตัวพังผืดขาดความยืดหยุ่น เวลาเดินลงน้ำหนักจะเกิดการฉีกขาดทีละเล็กทีละน้อยซ้ำๆ (Repetitive trauma) กันทุกวันที่น้ำหนักลงฝ่าเท้า จนทำให้ความแข็งแรงลดลง เกิดการอักเสบเกิดขึ้น อาการ มักเจ็บส้นเท้าก้าวแรกหลังลุกจากเตียง หรือหลังการนั่งนานๆ โดยหากเดินก้าวต่อไปเรื่อยๆความเจ็บจะลดลง เจ็บสุดที่ก้าวแรก มักพบอาการปวดฝ่าเท้าด้านในร่วมด้วยได้ในแนวขอพังผืดใต้ฝ่าเท้า และสามารถพบอาการนี้ร่วมกับเอ็นร้อยหวายอักเสบได้ ความเสี่ยงใดที่ทำให้เกิดอาการรองช้ำได้ง่ายมากขึ้น วัยกลางคน อายุ (40-60ปี) น้ำหนักเยอะ มีประวัติต้องยืนหรือเดินนานๆ มีประวัติใส่รองเท้าส้นสูง หรือรองเท้าพื้นแข็ง หรือไม่ใส่รองเท้าเดินในบ้าน กล้ามเนื้อน่องตึง เอ็นร้อยหวายตึง อุ้งเท้าแบน   การรักษาเบื้องต้น พบแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู เพื่อให้คำปรึก

โรคที่เกิดขึ้นในช่วงฤดูฝน (Diseases during Rainy Season)

Rainy Seasonal 01

สายฝนอาจมีผลต่อความรู้สึก นอกจากจะต้องระวังเรื่องของอารมณ์ที่พลิ้วไหวแล้ว สภาพอากาศที่มีความชื้นสูงและอุณหภูมิที่ลดต่ำลงเรื่อยๆนี้ ยังเป็นสาเหตุที่ทำให้โรคหลายชนิด แต่ละปีมีผู้ป่วยนับแสนราย โดยจะมีโรคอะไรที่ควรระวังบ้าง ? พบคำตอบได้ที่นี่ โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน  กลุ่มโรคติดต่อของระบบทางเดินอาหารที่พบบ่อย เกิดจากการรับประทานอาหารที่มีการปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์ที่ก่อให้เกิดโรคในระบบทางเดินอาหารที่ลำไส้ รวมไปถึงโรคบิด ไทฟอยด์ อาหารเป็นพิษ อาการ – ท้องเสีย ถ่ายเหลวเป็นน้ำ อาจมีไข้ ปวดบิดในท้อง และหากติดเชื้อ บิดอาจมีมูกหรือเลือดอุจจาระปนได้ คำแนะนำ – กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ โรคไข้หวัดใหญ่  กลุ่มโรคระบบทางเดินหายใจที่พบบ่อย ซึ่งปัจจุบันมีการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิดเอ H3N2 และโรคไข้หวัดนกที่มีแหล่งแพร่ระบาดมาจากสัตว์ปีก เชื้ออาจมีการผสมข้ามสายพันธุ์กับเชื้อไข้หวัดใหญ่ในคนที่อยู่ในช่วงระบาดในฤดูฝนได้  อาการ – ไข้สูง ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ มีน้ำมูกและไอร่วมด้วย ภาวะแทรกซ้อนที่มักพบในผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงคือ ภาวะปอดอักเสบ คำแนะนำ – ใช้ผ้าปิดจมูก ล้างมือบ่อยๆ โรคฉี่หนู (Leptospiro

โรคสายตาเอียง (Astigmatism)

AstigmatismTH

สายตาเอียง (Astigmatism) ภาวะที่กระจกตาหรือเลนส์ตาโค้งไม่เท่ากัน ส่งผลให้มองเห็นภาพเบลอทั้งระยะใกล้และไกล แม้จะสวมแว่นสายตาที่เหมาะสม ในปัจจุบันมีเทคโนโลยีการวัดสายตาขั้นสูง ที่ทำให้ตรวจพบและแก้ไขภาวะสายตาเอียงได้อย่างแม่นยำ                   ซึ่งหนึ่งในความเชื่อที่หลายคนมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับความผิดปกติของสายตา คือ การนอนตะแคงส่งผลให้สายตาเอียง ซึ่งความเป็นจริงไม่เป็นเช่นนั้น แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจักษุวิทยา ยืนยันว่า การนอนตะแคง ไม่ได้ส่งผลโดยตรงต่อการเกิดสายตาเอียง เพราะสายตาเอียงมีสาเหตุหลักมาจาก กรรมพันธุ์ ผู้ที่มีคนในครอบครัวสายตาเอียง มีความเสี่ยงสูงที่จะสายตาเอียงด้วย ความผิดปกติของกระจกตาหรือเลนส์ตา  เกิดจากความโค้งหรือความหนาที่ไม่เท่ากันในบริเวณต่างๆ ภาวะอื่นๆ เช่น ต้อกระจก ต้อหิน โรคเบาหวาน                   ปัจจุบันยังไม่มีงานวิจัยใดที่ยืนยันความเชื่อมโยงระหว่างการนอนตะแคงและสายตาเอียง ดังนั้นการนอนตะแคงจึงไม่ได้เป็นสาเหตุที่ทำให้สายตาเอียง ผลของสายตาเอียงจะทำให้เรามองภาพได้ไม่คม เกิดภาพซ้อนบิดเบี้ยว มีอาการตาล้า ปวดศีรษะ มองภาพไม่ชัดไม่คม โดยเฉพาะในเวลาตอนกลางคืนทำให้ต้องห

โรคกระดูกพรุน  (Osteoporosis)

Untitled 2 01 01

โรคกระดูกพรุน (Osteoporosis) เป็นภาวะที่กระดูกมีความหนาแน่นลดลง ทำให้กระดูกอ่อนแอและเสี่ยงต่อการแตกหักได้ง่าย โรคนี้มักพบในผู้สูงอายุ โดยเฉพาะในผู้หญิงหลังวัยหมดประจำเดือน แม้ว่าจะเป็นโรคที่ไม่มีอาการชัดเจนในระยะแรก แต่การตรวจพบและการรักษาแต่เนิ่น ๆ สามารถช่วยลดความเสี่ยงและผลกระทบได้ สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง โรคกระดูกพรุนเกิดจากการสูญเสียมวลกระดูกเร็วกว่าที่ร่างกายสามารถสร้างขึ้นใหม่ได้ ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ ได้แก่: อายุ: ความหนาแน่นของกระดูกจะลดลงเมื่ออายุมากขึ้น เพศ: ผู้หญิงมีโอกาสเป็นโรคกระดูกพรุนมากกว่าผู้ชาย ฮอร์โมน: การลดลงของฮอร์โมนเอสโตรเจนในผู้หญิงและฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนในผู้ชาย การขาดแคลเซียม: การบริโภคแคลเซียมไม่เพียงพอทำให้กระดูกอ่อนแอ ประวัติครอบครัว: หากมีสมาชิกในครอบครัวที่เป็นโรคกระดูกพรุน โอกาสที่จะเป็นโรคนี้จะสูงขึ้น พฤติกรรมการใช้ชีวิต: การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ การไม่ออกกำลังกาย และการรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมและวิตามินดีไม่เพียงพอ อาการของโรคกระดูกพรุน โรคกระดูกพรุนมักไม่มีอาการชัดเจนในระยะแรก แต่เมื่อโรคเริ่มรุนแรงขึ้น อาจมีอาการดังนี้: ปวดหลังจากกระดูกสันหลังแ

ตรวจสุขภาพประจำปี ตรวจอะไรบ้าง ? สำคัญอย่างไร ทำไมทุกคนถึงควรตรวจ

ตรวจสุขภาพประจำปี รู้ทันโรค ดูแลร่างกายอย่างเหมาะสม

ปัจจัยความเสี่ยงต่อสุภาพในปัจจุบันนั้นมีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยภายนอกอย่างมลพิษในสภาพแวดล้อม ฝุ่นและควันในอากาศ สารเคมีปนเปื้อนในผลิตภัณฑ์อุปโภคบริโภค หรือปัจจัยภายใน เช่น พันธุกรรม อายุที่เพิ่มขึ้น ความเครียด รวมไปถึงพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่เหมาะสม ทั้งหมดล้วนเป็นสาเหตุของการเกิดโรคร้ายและความเจ็บป่วย ดังนั้น การตรวจสุขภาพประจำปีจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรละเลย เพื่อให้รู้ถึงสภาพร่างกายของตนเอง รวมถึงโรคและความเสี่ยงต่อโรคต่างๆ และช่วยให้รักษาได้ทันท่วงที ทั้งนี้ หลายคนอาจมีข้อสงสัยว่า การตรวจสุขภาพประจําปีคืออะไร ต้องตรวจอะไรบ้าง ตรวจแล้วดีอย่างไร โดยในบทความนี้ โรงพยาบาลซีเมด ลีฟวิ่งแคร์ จะมาไขข้อสงสัยดังกล่าวให้ทราบกัน การตรวจสุขภาพประจำปี คืออะไร สำคัญอย่างไร การตรวจสุขภาพประจําปี คือ การตรวจคัดกรองโรคเบื้องต้น และหาปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคหรืออาการแอบแฝง โดยข้อดีของการตรวจสุขภาพประจำปี คือ การที่ช่วยให้รู้ถึงสภาวะร่างกาย วางแผนการรักษาที่เหมาะสม เพิ่มโอกาสในการรักษา ป้องกันไม่ให้อาการลุกลามหรือเกินภาวะแทรกซ้อนรุนแรง พร้อมลดโอกาสสูญเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาเป็นจำนวนมาก อีกทั้งการตรวจ

ไข้เลือดออก  (Dengue fever)

DengerFeverTH

           กรมควบคุมโรคกระทรวงสาธารณสุขเผยการพยากรณ์ตามหลักระบาดวิทยา คาดการณ์ว่าในปี 2566 ประเทศไทยจะพบการระบาดของโรคไข้เลือดออกมากขึ้นตามวงรอบของปีที่จะระบาด โดยในปีนี้สถานการณ์โรคไข้เลือดออก ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 8 มิถุนายน 2566 พบรายงานผู้ป่วยจำนวน 19,503 ราย คิดเป็นอัตราป่วยต่อประชากรแสนคน 29.47 เสียชีวิต 17 ราย และจำนวนผู้ป่วยปี 2566 มากกว่า ปี 2565 ณ ช่วงเวลาเดียวกันถึง 3.8 เท่า กลุ่มอายุที่พบอัตราป่วยสูงที่สุด ได้แก่ อายุ 5-14 ปี รองลงมา 15-24 ปี จังหวัดที่พบอัตราป่วยสูงที่สุดในช่วงเดือนที่ผ่านมา คือ จังหวัดตราด น่าน จันทบุรี แม่ฮ่องสอน และสตูล ตามลำดับ            ไข้เลือดออกนั้นจัดเป็นปัญหาด้านสาธารณสุขที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสเดงกี ซึ่งมีอยู่ 4 สายพันธุ์ และสามารถแพร่ได้โดยมียุงลายเป็นพาหะ โดยมียุงลายเป็นพาหะ ลักษณะของโรคที่สำคัญคือ มีไข้สูง มีอาการเลือดออก และหากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีก็อาจทำให้เกิดภาวะช็อกซึ่งอาจทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้ จึงต้องมีการ ติดตาม เฝ้าระวังการเปลี่ยนแปลงของโรคอย่างใกล้ชิด และให้การรักษาอย่างถูกต้องเหมาะสม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรายที่เกิดภ

ไข้หวัดใหญ่ (Influenza)

INFLUENZATH

ลักษณะโรคการติดเชื้อไวรัสที่ระบบทางเดินหายใจแบบเฉียบพลัน โดยมีลักษณะที่สำคัญคือ มีไข้สูงแบบทันทีทันใด ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย ไข้หวัดใหญ่เป็นโรคที่สำคัญที่สุดโรคหนึ่งในกลุ่มโรคติดเชื้ออุบัติใหม่และโรคติดเชื้ออุบัติซ้ำ เนื่องจากเกิดการระบาดใหญ่ทั่วโลกมาแล้วหลายครั้ง แต่ละครั้งเกิดขึ้นอย่างกว้างขวางเกือบทุกทวีป ทำให้มีผู้ป่วยและเสียชีวิตนับล้านคน ลองทำความรู้จักโรคไข้หวัดใหญ่กันดีกว่า  วิธีการติดต่อ        เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ติดต่อทางการหายใจ โดยเชื้อแพร่กระจายผ่านฝอยละอองในอากาศ เมื่อผู้ป่วยไอ จาม หรือพูด ในพื้นที่ที่มีคนอยู่รวมกันหนาแน่น เช่น โรงเรียน โรงงาน นอกจากนี้การแพร่เชื้ออาจเกิดโดยการสัมผัสฝอยละอองน้ำมูก น้ำลายของผู้ป่วย จากมือที่สัมผัสกับพื้นผิวที่มีเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ แล้วใช้มือสัมผัสที่จมูกและปาก ระยะฟักตัว ประมาณ 1-3 วัน อาการและอาการแสดง        อาการจะเริ่มหลังได้รับเชื้อ 1-3 วัน ผู้ป่วยจะมีไข้สูง มีน้ำมูก ปวดศีรษะ หนาวสั่น ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ อ่อนเพลียมาก และอาจพบอาการคัดจมูก เจ็บคอ ถ้าป่วยเป็นระยะเวลานานอาจ

วัณโรคปอด (Tuberculosis)

TuberculosisTH

           เชื้อวัณโรคติดต่อโดยการแพร่กระจายผ่ายระบบทางเดินหายใจ การพูดคุย ไอ จาม โดยไม่ปิดปาก และเชื้อจะลอยไปในอากาศ ผู้ที่หายใจเอาเชื้อวัณโรคเข้าสู่ร่างกาย ทำให้มีโอกาศติดเชื้อและป่วยเป็นวัณโรคได้ แต่ผู้ที่ได้รับเชื้อ อาจไม่ป่วยเป็นวัณโรคทุกคน เพราะร่างกายมีกลไกหลายอย่างที่จะต่อสู้และป้องกันเชื้อวัณโรค มีเพียงร้อยละ 10 ของผู้ติดเชื้อวัณโรคเท่านั้นที่จะป่วยเป็นวัณโรค   อาการสำคัญ ไอติดต่อกันเกิน 2 สัปดาห์ ไอแห้งๆ หรือมีเสมหะ หรือมีเสมหะปนเลือด เจ็บหน้าอก เหนื่อยหอบ มีไข้ต่ำๆ ตอนบ่ายหรือค่ำ เบื่ออาหาร น้ำหนักลด อ่อนเพลีย เหงื่อออกผิดปกติตอนกลางคืน   ปัจจัยสำคัญต่อการป่วยเป็นวัณโรคปอด อยู่ร่วมกับผู้ป่วยวัณโรคที่ยังไม่รับการรักษา เช่น พักอาศัยบ้านเดียวกันหรือทำงานร่วมกัน ผู้ติดเชื้อ HIV ผู้ป่วยเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน โรคตับหรือโรคไต เป็นต้น ผู้ได้รับยากดภูมิคุ้มกันนานๆ เช่น ยากลุ่มสเตียรอยด์ การจัดลักษณะที่อยู่อาศัยหรือที่ทำงานที่ใช้เครื่องปรับอากาศตลอดเวลา หรือพักอาศัยหรือทำงานอยู่ในสภาพแวดล้อมที่อากาศถ่ายเทไม่สะดวก การสูบบุหรี่ ดื่มสุรา และสารเสพสารเสพติด ทำงานเกี่ยวกับการดูแลผู้ป่วย

โรคลมแดด (Heat Stroke)

Heat StrokeTH

        โรคลมแดด หรือ Heat Stroke เป็นภาวะที่ร่างกายไม่สามารถปรับตัวหรือควบคุมระดับความร้อนภายในร่างกายได้ ทำให้อุณหภูมิสูงขึ้นเรื่อยๆ เมื่ออุณหภูมิของร่างกายสูงขึ้นจากการเผชิญกับสภาพอากาศที่มีความร้อนสูง เช่น การออกกำลังกายหรือการทำกิจกรรมท่ามกลางอากาศร้อนจัดเป็นเวลานาน ร่างกายจะไม่สามารถควบคุมได้ ทำให้มีอาการผิดปกติ ปวดศีรษะ หน้ามืด กระสับกระส่าย ซึม สับสน ชัก ไม่รู้สึกตัว ร่วมกับมีอาการคลื่นไส้อาเจียน หัวใจเต้นเร็ว หายใจหอบ ตัวแดง เป็นต้น         สัญญาณสำคัญของโรคลมแดดสัญญาณสำคัญของโรคลมแดดคือ ไม่มีเหงื่อออก แม้จะอากาศร้อน ตัวร้อนจัดขึ้นเรื่อยๆ รู้สึกกระหายน้ำมาก วิงเวียน ปวดศีรษะ มึนงง คลื่นไส้ หายใจเร็ว อาเจียน ซึ่งต่างจากการเพลียจากแดดทั่วๆ ไป ที่จะพบว่ามีเหงื่อออกด้วย หากเกิดอาการดังกล่าวจะต้องหยุดพักทันที ผู้ที่มีความเสี่ยงจะเกิดโรคลมแดดในช่วงหน้าร้อน ผู้สูงอายุ เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ผู้ที่พักผ่อนไม่เพียงพอ  ผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก  ผู้ที่ทำงานในสภาพอากาศที่ร้อนชื้น ผู้ที่เป็นโรคเรื้อรัง เช่น โรความดันโลหิตสูง