ไข้เลือดออก  (Dengue fever)

DengerFeverTH

           กรมควบคุมโรคกระทรวงสาธารณสุขเผยการพยากรณ์ตามหลักระบาดวิทยา คาดการณ์ว่าในปี 2566 ประเทศไทยจะพบการระบาดของโรคไข้เลือดออกมากขึ้นตามวงรอบของปีที่จะระบาด โดยในปีนี้สถานการณ์โรคไข้เลือดออก ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 8 มิถุนายน 2566 พบรายงานผู้ป่วยจำนวน 19,503 ราย คิดเป็นอัตราป่วยต่อประชากรแสนคน 29.47 เสียชีวิต 17 ราย และจำนวนผู้ป่วยปี 2566 มากกว่า ปี 2565 ณ ช่วงเวลาเดียวกันถึง 3.8 เท่า กลุ่มอายุที่พบอัตราป่วยสูงที่สุด ได้แก่ อายุ 5-14 ปี รองลงมา 15-24 ปี จังหวัดที่พบอัตราป่วยสูงที่สุดในช่วงเดือนที่ผ่านมา คือ จังหวัดตราด น่าน จันทบุรี แม่ฮ่องสอน และสตูล ตามลำดับ            ไข้เลือดออกนั้นจัดเป็นปัญหาด้านสาธารณสุขที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสเดงกี ซึ่งมีอยู่ 4 สายพันธุ์ และสามารถแพร่ได้โดยมียุงลายเป็นพาหะ โดยมียุงลายเป็นพาหะ ลักษณะของโรคที่สำคัญคือ มีไข้สูง มีอาการเลือดออก และหากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีก็อาจทำให้เกิดภาวะช็อกซึ่งอาจทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้ จึงต้องมีการ ติดตาม เฝ้าระวังการเปลี่ยนแปลงของโรคอย่างใกล้ชิด และให้การรักษาอย่างถูกต้องเหมาะสม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรายที่เกิดภ

ไข้หวัดใหญ่ (Influenza)

INFLUENZATH

ลักษณะโรคการติดเชื้อไวรัสที่ระบบทางเดินหายใจแบบเฉียบพลัน โดยมีลักษณะที่สำคัญคือ มีไข้สูงแบบทันทีทันใด ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย ไข้หวัดใหญ่เป็นโรคที่สำคัญที่สุดโรคหนึ่งในกลุ่มโรคติดเชื้ออุบัติใหม่และโรคติดเชื้ออุบัติซ้ำ เนื่องจากเกิดการระบาดใหญ่ทั่วโลกมาแล้วหลายครั้ง แต่ละครั้งเกิดขึ้นอย่างกว้างขวางเกือบทุกทวีป ทำให้มีผู้ป่วยและเสียชีวิตนับล้านคน ลองทำความรู้จักโรคไข้หวัดใหญ่กันดีกว่า  วิธีการติดต่อ        เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ติดต่อทางการหายใจ โดยเชื้อแพร่กระจายผ่านฝอยละอองในอากาศ เมื่อผู้ป่วยไอ จาม หรือพูด ในพื้นที่ที่มีคนอยู่รวมกันหนาแน่น เช่น โรงเรียน โรงงาน นอกจากนี้การแพร่เชื้ออาจเกิดโดยการสัมผัสฝอยละอองน้ำมูก น้ำลายของผู้ป่วย จากมือที่สัมผัสกับพื้นผิวที่มีเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ แล้วใช้มือสัมผัสที่จมูกและปาก ระยะฟักตัว ประมาณ 1-3 วัน อาการและอาการแสดง        อาการจะเริ่มหลังได้รับเชื้อ 1-3 วัน ผู้ป่วยจะมีไข้สูง มีน้ำมูก ปวดศีรษะ หนาวสั่น ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ อ่อนเพลียมาก และอาจพบอาการคัดจมูก เจ็บคอ ถ้าป่วยเป็นระยะเวลานานอาจ

วัณโรคปอด (Tuberculosis)

TuberculosisTH

           เชื้อวัณโรคติดต่อโดยการแพร่กระจายผ่ายระบบทางเดินหายใจ การพูดคุย ไอ จาม โดยไม่ปิดปาก และเชื้อจะลอยไปในอากาศ ผู้ที่หายใจเอาเชื้อวัณโรคเข้าสู่ร่างกาย ทำให้มีโอกาศติดเชื้อและป่วยเป็นวัณโรคได้ แต่ผู้ที่ได้รับเชื้อ อาจไม่ป่วยเป็นวัณโรคทุกคน เพราะร่างกายมีกลไกหลายอย่างที่จะต่อสู้และป้องกันเชื้อวัณโรค มีเพียงร้อยละ 10 ของผู้ติดเชื้อวัณโรคเท่านั้นที่จะป่วยเป็นวัณโรค   อาการสำคัญ ไอติดต่อกันเกิน 2 สัปดาห์ ไอแห้งๆ หรือมีเสมหะ หรือมีเสมหะปนเลือด เจ็บหน้าอก เหนื่อยหอบ มีไข้ต่ำๆ ตอนบ่ายหรือค่ำ เบื่ออาหาร น้ำหนักลด อ่อนเพลีย เหงื่อออกผิดปกติตอนกลางคืน   ปัจจัยสำคัญต่อการป่วยเป็นวัณโรคปอด อยู่ร่วมกับผู้ป่วยวัณโรคที่ยังไม่รับการรักษา เช่น พักอาศัยบ้านเดียวกันหรือทำงานร่วมกัน ผู้ติดเชื้อ HIV ผู้ป่วยเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน โรคตับหรือโรคไต เป็นต้น ผู้ได้รับยากดภูมิคุ้มกันนานๆ เช่น ยากลุ่มสเตียรอยด์ การจัดลักษณะที่อยู่อาศัยหรือที่ทำงานที่ใช้เครื่องปรับอากาศตลอดเวลา หรือพักอาศัยหรือทำงานอยู่ในสภาพแวดล้อมที่อากาศถ่ายเทไม่สะดวก การสูบบุหรี่ ดื่มสุรา และสารเสพสารเสพติด ทำงานเกี่ยวกับการดูแลผู้ป่วย

โรคลมแดด (Heat Stroke)

Heat StrokeTH

        โรคลมแดด หรือ Heat Stroke เป็นภาวะที่ร่างกายไม่สามารถปรับตัวหรือควบคุมระดับความร้อนภายในร่างกายได้ ทำให้อุณหภูมิสูงขึ้นเรื่อยๆ เมื่ออุณหภูมิของร่างกายสูงขึ้นจากการเผชิญกับสภาพอากาศที่มีความร้อนสูง เช่น การออกกำลังกายหรือการทำกิจกรรมท่ามกลางอากาศร้อนจัดเป็นเวลานาน ร่างกายจะไม่สามารถควบคุมได้ ทำให้มีอาการผิดปกติ ปวดศีรษะ หน้ามืด กระสับกระส่าย ซึม สับสน ชัก ไม่รู้สึกตัว ร่วมกับมีอาการคลื่นไส้อาเจียน หัวใจเต้นเร็ว หายใจหอบ ตัวแดง เป็นต้น         สัญญาณสำคัญของโรคลมแดดสัญญาณสำคัญของโรคลมแดดคือ ไม่มีเหงื่อออก แม้จะอากาศร้อน ตัวร้อนจัดขึ้นเรื่อยๆ รู้สึกกระหายน้ำมาก วิงเวียน ปวดศีรษะ มึนงง คลื่นไส้ หายใจเร็ว อาเจียน ซึ่งต่างจากการเพลียจากแดดทั่วๆ ไป ที่จะพบว่ามีเหงื่อออกด้วย หากเกิดอาการดังกล่าวจะต้องหยุดพักทันที ผู้ที่มีความเสี่ยงจะเกิดโรคลมแดดในช่วงหน้าร้อน ผู้สูงอายุ เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ผู้ที่พักผ่อนไม่เพียงพอ  ผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก  ผู้ที่ทำงานในสภาพอากาศที่ร้อนชื้น ผู้ที่เป็นโรคเรื้อรัง เช่น โรความดันโลหิตสูง

ฝุ่น PM2.5 ภัยเงียบ ทำลายสุขภาพ

PM 2.5 scaled

PM2.5 คืออะไร?        ฝุ่นละอองหรือ PM หมายถึงอนุภาคที่พบในอากาศ ได้แก่ ฝุ่น เขม่า สิ่งสกปรก ควัน และหยดของเหลวขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน เล็กประมาณ 1 ใน 25 ของเส้นผม เนื่องจากมีขนาดเล็ก จึงสามารถลอยอยู่ในอากาศได้นานและเมื่อสูดดมสามารถเข้าสู่ปอดผ่านระบบทางเดินหายใจได้  ดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดไปรบกวนอวัยวะต่างๆจนเกิดผลกระทบต่อสุขภาพได้ PM2.5 มาจากไหน?     แหล่ง PM2.5 ที่มนุษย์สร้างขึ้นที่พบบ่อยที่สุดบางส่วน: การจราจร กระบวนการทางอุตสาหกรรม การก่อสร้างอาคาร เตาปิ้งย่างและการเผาในที่โล่ง สูบบุหรี่     อากาศเย็นและแห้ง ความกดอากาศสูง สภาพอากาศนิ่ง ลมสงบทำให้ PM2.5 สะสมในอากาศ  ไม่แพร่กระจาย  แขวนลอยได้นาน   PM2.5 ส่งผลต่อสุขภาพของเราอย่างไร?      ผลกระทบระยะสั้น ไอ จาม ระคายเคืองผิวหนัง ผื่น คัน ระคายเคืองตา แสบตา ตาแดง   ผลกระทบระยะยาว 1.ระบบหัวใจและหลอดเลือด หัวใจเต้นผิดจังหวะ เสี่ยงต่อภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน หัวใจวาย ภาวะหลอดเลือดสมองตีบ ความดันโลหิตสูง 2.ระบบทางเดินหายใจ หัวใจเต้นผิดจังหวะ โรคหอบหืด โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง 3.มะเร็งปอด 4.เบาหวาน 5.เสี่ยงแท้ง/ คลอดก่อนกำหนด/ กระทบต่อพัฒนาก

ไวรัสมาร์บวร์ก (Marburg Virus Disease)

MARSVIRUSTH

        เกิดจากการติดเชื้อไวรัสมาร์บวร์กที่อยู่ในตระกูล Filoviridae เช่นเดียวกับไวรัสอีโบลา พบการระบาดในทวีปแอฟริกา มีรายงานหลายประเทศ ได้แก่ Uganda, Zimbabwe, Congo, Kenya, Angola และ South Africa สัตว์รังโรคในพื้นที่ได้แก่ ค้างคาวกินผลไม้และลิง ที่อาจเป็นพาหะของการถ่ายทอดเชื้อมาสู่คน ล่าสุดพบรายงานการระบาดในประเทศ Equatorial Guinea ทางตะวันตกของทวีปแอฟริกา เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2566           ประเทศไทยกำหนดให้โรคติดเชื้อไวรัสมาร์บวร์กเป็น 1 ใน 13 โรคติดต่ออันตราย ตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 และเชื้อไวรัสมาร์บวร์ก ถูกจัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงของเชื้อกลุ่มที่ 4 (Risk Group 4) อาการของโรค  มีระยะฟักตัวตั้งแต่ 2-21 วัน อัตราการเสียชีวิต 24-88% มีอาการเริ่มต้น ได้แก่ มีไข้สูง อ่อนเพลีย หนาวสั่น ปวดกล้ามเนื้อ และปวดศีรษะ  อาการรุนแรง (พบวันที่ 5-10) ผิวหนังมีผื่นขึ้นบริเวณคอ หลังและหน้าท้อง คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ท้องเสีย ภาวะเลือดออกตามร่างกาย อวัยวะภายในล้มเหลว   การติดต่อของโรค การแพร่เชื้อจากสัตว์สู่คน อุจจาระค้างคาว สัมผัสสารคัดหลั่ง   การแพร่เชื้อจากคนสู่คน การสัมผัสเลือด สารคัดห

การทำงานของไต

10 การทำงานของไต 1

เรียนรู้ การทำงานของไต ที่เปรียบเสมือนเครื่องกรองของเสียออกจากเลือด พร้อมวิธีสังเกตอาการหรือความผิดปกติของไต ที่ควรไปตรวจรักษา

การทำงานของตับ

09 การทำงานของตับ 1

เข้าใจการทำงานของตับ อวัยวะสำคัญในการสร้างสารอาหารให้ร่างกาย มีหน้าที่ผลิตน้ำดี เพื่อใช้ในการย่อยสลายไขมัน พร้อมปัจจัยเสี่ยงทำร้ายตับ ที่ควรหลีกเลี่ยง

ความดันโลหิตสูง

02 ความดันโลหิต 1

รู้จักภาวะความดันโลหิตสูง พร้อมอาการ และปัจจัยเสี่ยงที่ควรเฝ้าระวัง เพื่อลดโอกาสการเกิดโรคแทรกซ้อนต่างๆ และโอกาสเสียชีวิต