วิธีการดูแลผิว…หลังเผชิญแดดหน้าร้อน

เชื่อว่าผู้อ่านหลายท่านได้มีวันหยุดพักผ่อนและได้ท่องเที่ยวไปในที่ต่าง ๆ ซึ่งหลายคนอาจเกิดปัญหาผิวหนัง ไม่ว่าจะเป็นโรคผิวหนังหรือปัญหาความงามอันเนื่องมาจากแสงแดดและความร้อนเนื่องด้วยผิวหนังเป็นส่วนของร่างกายด่านแรกที่สัมผัสแสงแดดและความร้อน ดังนั้น ปัญหาต่างๆ จึงเกิดกับผิวหนังมากที่สุด ปัญหาผิวหนังที่เกิดขึ้นในช่วงฤดูร้อน ได้แก่ ผิวคล้ำ เนื่องจากแสงแดด โดยเฉพาะคลื่นยูวีทำให้เกิดอนุมูลอิสระภายในผิว และทำให้เซลล์เม็ดสีผลิตเม็ดสีออกมามากขึ้น ผิวหนังจึงคล้ำขึ้น ปรากฏการณ์นี้จะเห็นได้ชัดในผู้ที่มีผิวสีคล้ำเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว บางรายสัมผัสแดดเพียง 3 วัน แต่อาจมีผิวคล้ำไปนานเป็นเดือน ผิวไหม้แดด เกิดจากการที่ผิวหนังได้รับแสงแดดในปริมาณที่สูง มักพบได้ในผู้ที่มีผิวขาว อาการที่พบได้แก่ผิวแสบ แดง หากได้รับแสงมากผิวหนังอาจพองและลอกได้ดูแลผิวหลังเผชิญแดดหน้าร้อน โรคผิวหนัง หลายท่านอาจมีผื่นหรือมีโรคผิวหนังบางชนิด เช่น ผื่นผิวหนังอักเสบที่เป็นโรคประจำตัวอยู่แล้ว ผื่นเหล่านี้อาจสงบอยู่แต่เกิดกำเริบขึ้นได้จากการสัมผัสแสงแดด หรือความร้อนได้ หรือบางรายเป็นโรคแพ้แดดกล่าวคือผิวหนังไวกับแสงแดดมากกว่าปกติ จึง
โภชนาการสำหรับผู้ป่วยวัณโรคปอด

โภชนาการสำหรับผู้ป่วยวัณโรคปอด วัณโรค เป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศไทยโดย พ.ศ.2558 องค์การอนามัยโลกจัดให้ประเทศไทย เป็น 1 ใน 14 ประเทศ ที่มีปัญหาวัณโรครุนแรงระดับโลก และคาดประมาณจำนวนผู้ป่วยวัณโรครายใหม่ 120,000 รายต่อปี วัณโรคเป็นโรคติดต่อที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียและสามารถวัณแพร่เชื้อโดยการไอ จาม ฝอยละอองเสมหะที่ออกมาจากปอดของผู้ป่วยที่เป็นวัณโรคและผู้ที่ติดเชื้อวัณโรคก็คือผู้ที่หายใจรับเชื้อวัณโรคที่ล่องลองในอากาศเข้าสู่ปอด อาการของผู้ป่วยที่เป็นวัณโรคปอดที่มีมักพบ คือ เบื่ออาหาร ไอ มีเสมหะ เหนื่อย หอบ ต่อมรับรสผิดปกติ ซึ่งอาการดังกล่าวคือผลจากโรคและผลข้างเคียงจากยา ทำให้ผู้ป่วยวัณโรคปอดมีน้ำหนักตัวที่ลดลงอย่างรวดเร็ว และก่อให้เกิดภาวะทุพโภชนาการได้ในภายหลัง และเมื่อร่างกายขาดสารอาหารจึงส่งต่ออาการของโรคและการแพ้ยารุนแรง ภาวะทุพโภชนาการกับวัณโรค โดยปกติแล้วผู้ป่วยวัณโรค จะได้รับการรักษาและยา ตามที่แนวทางการรักษาของแพทย์ แต่อาหารก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ผู้ป่วยวัณโรค หรือผู้ดูแลต้องให้ความสำคัญ เนื่องจากผู้ป่วยสามารถรับประทานอาหารได้น้อยลง จากอาการที่ได้กล่าวไปในข้างต้น ส่งผลให
กิจกรรมอบรม “กฎหมายที่ HR ต้องรู้ และ นายจ้างต้องปฎิบัติ” วันที่ 27 สิงหาคม 2567

สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดชัยนาท, ศูนย์วิจัยทางการแพทย์อาชีวเวชศาสตร์ไทย โรงพยาบาลซีเมด ลีฟวิ่งแคร์, ศูนย์ฝึกอบรมเพอร์เฟคเซฟตี้ เทรนนิ่ง แอนด์ คอนซัลติ้ง และชมรมเครือข่ายความปลอดภัยในการทำงานพระนคร ขอเชิญเข้าร่วมอบรมหัวข้อ“กฎหมายคุ้มครองแรงงานที่ HR ต้องรู้ และ นายจ้างต้องปฎิบัติ”ในวันอังคารที่ 27 สิงหาคม 2567 เวลา 09.00 – 16.30 น. ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายสถานที่อบรม : โรงแรมแฟนตาซี รีสอร์ท อำเภอเมือง จังหวัดชัยนาทLocation : https://maps.app.goo.gl/3Sh4yVS4fybHuESQ6 เงื่อนไขผู้เข้าร่วมอบรม– เป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล หรือจป.วิชาชีพ– ภายหลังได้รับการยืนยันรายชื่อผู้เข้าอบรม ขออนุญาตเก็บค่ามัดจำ 500 บาท (ได้รับคืนในวันอบรม)รับสมัครตั้งแต่วันนี้ – 20 สิงหาคม 2567 (จำนวนจำกัด 100 ท่าน เท่านั้น)ประกาศรายชื่อ 21 สิงหาคม 2567ลิงค์สมัคร : https://forms.gle/Xq4fTv5k2Yeqkrtt5 แชร์
โรคตะกอนหินปูนหูชั้นในเคลื่อน

เวียนหมุนจากโรคตะกอนหินปูนหูชั้นในเคลื่อน เวียนหัว vs. บ้านหมุน บ้านหมุน ความรู้สึกว่าตัวเองหรือสิ่งแวดล้อมหมุน เวียนศีรษะ ความรู้สึกมึน ๆ แต่ไม่มีความรู้สึกว่าตัวเองหรือสิ่งแวดล้อมหมุน เวียนหมุนจากโรคตะกอนหินปูนหูชั้นในเคลื่อน – Benign Paroxysmal Positional Vertigo – BPPV เป็นสาเหตุของอาการเวียนศีรษะที่พบได้บ่อยที่สุดในผู้ป่วยที่มีอาการเวียนศีรษะจากโรคหู ผู้ป่วยมักมีอาการเวียนศีรษะบ้านหมุนแบบเฉียบพลัน สัมพันธ์กับท่าทางหรือการขยับศีรษะ พบได้ทุกช่วงอายุ โดยพบมากขึ้นในผู้ป่วยสูงอายุ พบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย (2:1) อาการของโรคตะกอนหินปูนหูชั้นในเคลื่อน มีอาการเวียนศีรษะบ้านหมุนแบบเฉียบพลัน โดยมักมีอาการไม่เกิน 1 นาที แต่อาจมีอาการเวียนศีรษะตามมาได้ อาการมักสัมพันธ์กับท่าทาง เช่น ลุกจากที่นอน นอนสระผม การได้ยินปกติ ยกเว้นมีความผิดปกติของการได้ยินอยู่เดิม ไม่มีความผิดปกติของระบบประสาทส่วนกลางอื่น ๆ เช่น แขนขาอ่อนแรง ใบหน้าเบี้ยว หมดสติ สาเหตุของโรคตะกอนหินปูนหูชั้นในเคลื่อน ส่วนใหญ่เกิดขึ้นแบบไม่มีสาเหตุ ปัจจัยที่อาจส่งผลให้เกิดโรค เช่น อุบัติเหตุศีรษะกระทบกระแทก โรคของหูบางชนิด ก
กิจกรรมอบรมหลักสูตร”เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน” เมื่อวันที่ 30-31 กรกฎาคม 2567

ภาพบรรยากาศกิจกรรมอบรมหลักสูตร”เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน” โดยศูนย์วิจัยทางการแพทย์อาชีวเวชศาสตร์ไทย โรงพยาบาลซีเมด ลีฟวิ่งแคร์ และมูลนิธิอาชีวเวชศาสตร์ไทย ร่วมกับ หน่วยงานฝึกอบรมบริษัท เพอร์เฟคเซฟตี้ เทรนนิ่ง แอนด์ คอนซัลติ้ง จำกัด เมื่อวันที่ 30-31 กรกฎาคม 2567 ณ ห้องแกรนด์บอลรูม ชั้น 5 อาคาร 20 ปี ศูนย์วิจัยทางการแพทย์อาชีวเวชศาสตร์ไทย ในการนี้ ได้รับเกียรติจากอาจารย์ปองปรีดา ทองพิเศษ และอาจารย์กฤษณะ เคลือบสุวรรณ เป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้ และทีมงานบริษัท เพอร์เฟคเซฟตี้เทรนนิ่ง แอนด์ คอนซัลติ้ง จำกัด ร่วมจัดกิจกรรมครั้งนี้ #อบรมเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน #บริษัทเพอร์เฟคเซฟตี้เทรนนิ่งแอนด์คอนซัลติ้งจำกัด #มูลนิธิอาชีวเวชศาสตร์ไทย #โรงพยาบาลซีเมดลีฟวิ่งแคร์ แชร์
รองช้ำ หรือพังผืดใต้ฝ่าเท้าอักเสบ

ปวดฝ่าเท้าก้าวแรกหลังตื่นนอน! รองช้ำ! พังผืดใต้ฝ่าเท้าอักเสบ! เชื่อว่าหลายๆคนคงเคยประสบพบเจอกับเหตุการณ์แบบนี้ไม่มากก็น้อยพังผืดใต้ฝ่าเท้าคืออะไร…เป็นเส้นเอ็นบางๆทอดยาวใต้ส้นเท้าตั้งแต่ส้นเท้าถึงด้านหน้าของเท้า รองช้ำ หรือ พังผืดใต้ฝ่าเท้าอักเสบ เกิดจากความเสื่อมและฝืดตึงของพังผืดใต้ฝ่าเท้า พูดง่ายๆคือตัวพังผืดขาดความยืดหยุ่น เวลาเดินลงน้ำหนักจะเกิดการฉีกขาดทีละเล็กทีละน้อยซ้ำๆ (Repetitive trauma) กันทุกวันที่น้ำหนักลงฝ่าเท้า จนทำให้ความแข็งแรงลดลง เกิดการอักเสบเกิดขึ้น อาการ มักเจ็บส้นเท้าก้าวแรกหลังลุกจากเตียง หรือหลังการนั่งนานๆ โดยหากเดินก้าวต่อไปเรื่อยๆความเจ็บจะลดลง เจ็บสุดที่ก้าวแรก มักพบอาการปวดฝ่าเท้าด้านในร่วมด้วยได้ในแนวขอพังผืดใต้ฝ่าเท้า และสามารถพบอาการนี้ร่วมกับเอ็นร้อยหวายอักเสบได้ ความเสี่ยงใดที่ทำให้เกิดอาการรองช้ำได้ง่ายมากขึ้น วัยกลางคน อายุ (40-60ปี) น้ำหนักเยอะ มีประวัติต้องยืนหรือเดินนานๆ มีประวัติใส่รองเท้าส้นสูง หรือรองเท้าพื้นแข็ง หรือไม่ใส่รองเท้าเดินในบ้าน กล้ามเนื้อน่องตึง เอ็นร้อยหวายตึง อุ้งเท้าแบน การรักษาเบื้องต้น พบแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู เพื่อให้คำปรึก
กิจกรรมอบรมหลักสูตร”เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับบริหาร”

ภาพบรรยากาศกิจกรรมอบรมหลักสูตร”เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับบริหาร” โดยศูนย์วิจัยทางการแพทย์อาชีวเวชศาสตร์ไทย โรงพยาบาลซีเมด ลีฟวิ่งแคร์ และมูลนิธิอาชีวเวชศาสตร์ไทย ร่วมกับ หน่วยงานฝึกอบรมบริษัท เพอร์เฟคเซฟตี้ เทรนนิ่ง แอนด์ คอนซัลติ้ง จำกัด เมื่อวันที่ 26-27 กรกฎาคม 2567 ณ ห้องแกรนด์บอลรูม ชั้น 5 อาคาร 20 ปี ศูนย์วิจัยทางการแพทย์อาชีวเวชศาสตร์ไทยในการนี้ ได้รับเกียรติจากท่านอาจารย์นรินทร์ บุญพร้อม เป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้ และทีมงานบริษัท เพอร์เฟคเซฟตี้เทรนนิ่ง แอนด์ คอนซัลติ้ง จำกัด ร่วมจัดกิจกรรมครั้งนี้#อบรมเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับบริหาร#อบรมจปบริหาร#บริษัทเพอร์เฟคเซฟตี้เทรนนิ่งแอนด์คอนซัลติ้งจำกัด#มูลนิธิอาชีวเวชศาสตร์ไทย#โรงพยาบาลซีเมดลีฟวิ่งแคร์ แชร์
โรคที่เกิดขึ้นในช่วงฤดูฝน (Diseases during Rainy Season)

สายฝนอาจมีผลต่อความรู้สึก นอกจากจะต้องระวังเรื่องของอารมณ์ที่พลิ้วไหวแล้ว สภาพอากาศที่มีความชื้นสูงและอุณหภูมิที่ลดต่ำลงเรื่อยๆนี้ ยังเป็นสาเหตุที่ทำให้โรคหลายชนิด แต่ละปีมีผู้ป่วยนับแสนราย โดยจะมีโรคอะไรที่ควรระวังบ้าง ? พบคำตอบได้ที่นี่ โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน กลุ่มโรคติดต่อของระบบทางเดินอาหารที่พบบ่อย เกิดจากการรับประทานอาหารที่มีการปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์ที่ก่อให้เกิดโรคในระบบทางเดินอาหารที่ลำไส้ รวมไปถึงโรคบิด ไทฟอยด์ อาหารเป็นพิษ อาการ – ท้องเสีย ถ่ายเหลวเป็นน้ำ อาจมีไข้ ปวดบิดในท้อง และหากติดเชื้อ บิดอาจมีมูกหรือเลือดอุจจาระปนได้ คำแนะนำ – กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ โรคไข้หวัดใหญ่ กลุ่มโรคระบบทางเดินหายใจที่พบบ่อย ซึ่งปัจจุบันมีการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิดเอ H3N2 และโรคไข้หวัดนกที่มีแหล่งแพร่ระบาดมาจากสัตว์ปีก เชื้ออาจมีการผสมข้ามสายพันธุ์กับเชื้อไข้หวัดใหญ่ในคนที่อยู่ในช่วงระบาดในฤดูฝนได้ อาการ – ไข้สูง ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ มีน้ำมูกและไอร่วมด้วย ภาวะแทรกซ้อนที่มักพบในผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงคือ ภาวะปอดอักเสบ คำแนะนำ – ใช้ผ้าปิดจมูก ล้างมือบ่อยๆ โรคฉี่หนู (Leptospiro
กิจกรรมอบรมหลักสูตร”ความปลอดภัยในการทำงานบนที่สูง” เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2567

ภาพบรรยากาศกิจกรรมอบรมหลักสูตร”ความปลอดภัยในการทำงานบนที่สูง” โดยศูนย์วิจัยทางการแพทย์อาชีวเวชศาสตร์ไทย โรงพยาบาลซีเมด ลีฟวิ่งแคร์ และมูลนิธิอาชีวเวชศาสตร์ไทย ร่วมกับ หน่วยงานฝึกอบรมบริษัท เพอร์เฟคเซฟตี้ เทรนนิ่ง แอนด์ คอนซัลติ้ง จำกัด เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2567 ณ อาคารซีเมด เพอร์เฟคในการนี้ ได้รับเกียรติจากอาจารย์เกรียงไกร พันธุ์วงษ์ และอาจารย์ปองปรีดา ทองพิเศษ เป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้ และทีมงานบริษัท เพอร์เฟคเซฟตี้เทรนนิ่ง แอนด์ คอนซัลติ้ง จำกัด ร่วมจัดกิจกรรมครั้งนี้#ความปลอดภัยในการทำงานบนที่สูง#บริษัทเพอร์เฟคเซฟตี้เทรนนิ่งแอนด์คอนซัลติ้งจำกัด#มูลนิธิอาชีวเวชศาสตร์ไทย แชร์
โรคสายตาเอียง (Astigmatism)

สายตาเอียง (Astigmatism) ภาวะที่กระจกตาหรือเลนส์ตาโค้งไม่เท่ากัน ส่งผลให้มองเห็นภาพเบลอทั้งระยะใกล้และไกล แม้จะสวมแว่นสายตาที่เหมาะสม ในปัจจุบันมีเทคโนโลยีการวัดสายตาขั้นสูง ที่ทำให้ตรวจพบและแก้ไขภาวะสายตาเอียงได้อย่างแม่นยำ ซึ่งหนึ่งในความเชื่อที่หลายคนมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับความผิดปกติของสายตา คือ การนอนตะแคงส่งผลให้สายตาเอียง ซึ่งความเป็นจริงไม่เป็นเช่นนั้น แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจักษุวิทยา ยืนยันว่า การนอนตะแคง ไม่ได้ส่งผลโดยตรงต่อการเกิดสายตาเอียง เพราะสายตาเอียงมีสาเหตุหลักมาจาก กรรมพันธุ์ ผู้ที่มีคนในครอบครัวสายตาเอียง มีความเสี่ยงสูงที่จะสายตาเอียงด้วย ความผิดปกติของกระจกตาหรือเลนส์ตา เกิดจากความโค้งหรือความหนาที่ไม่เท่ากันในบริเวณต่างๆ ภาวะอื่นๆ เช่น ต้อกระจก ต้อหิน โรคเบาหวาน ปัจจุบันยังไม่มีงานวิจัยใดที่ยืนยันความเชื่อมโยงระหว่างการนอนตะแคงและสายตาเอียง ดังนั้นการนอนตะแคงจึงไม่ได้เป็นสาเหตุที่ทำให้สายตาเอียง ผลของสายตาเอียงจะทำให้เรามองภาพได้ไม่คม เกิดภาพซ้อนบิดเบี้ยว มีอาการตาล้า ปวดศีรษะ มองภาพไม่ชัดไม่คม โดยเฉพาะในเวลาตอนกลางคืนทำให้ต้องห