ตรวจหาเชื้อโควิด-19
ATK & RT-PCR

ตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธี RT-PCR

การตรวจ RT-PCR (Reverse Transcription Polymerase Chain Reaction) เพื่อหาเชื้อโควิด-19 (SARS-CoV-2) เป็นวิธีการตรวจวินิจฉัยหลักและถือเป็น “Gold Standard” หรือมาตรฐานทองคำที่องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำ เนื่องจากมีความแม่นยำสูงที่สุดในการตรวจหาการติดเชื้อ

RT-PCR คืออะไร?

RT-PCR เป็นการตรวจหาสารพันธุกรรม (RNA) ของไวรัสโดยตรง โดยมีหลักการคือ การเพิ่มปริมาณสารพันธุกรรมของไวรัสที่มีอยู่แม้เพียงเล็กน้อยในตัวอย่าง ให้มีปริมาณมากพอที่จะสามารถตรวจจับได้ด้วยเครื่องมือในห้องปฏิบัติการ ซึ่งต่างจากการตรวจ Antigen Test Kit (ATK) ที่เป็นการตรวจหาโปรตีนของไวรัส

RT-PCR บอกอะไรได้บ้าง?

  • ยืนยันการติดเชื้อโควิด-19: เป็นการตรวจที่แม่นยำที่สุดในการยืนยันว่ามีเชื้อไวรัส SARS-CoV-2 อยู่ในร่างกายหรือไม่

  • ตรวจพบเชื้อได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น: สามารถตรวจจับเชื้อไวรัสได้แม้ในปริมาณน้อยมากๆ หรือแม้กระทั่งเพิ่งได้รับเชื้อมาเพียง 2-3 วัน ก่อนที่จะแสดงอาการ

  • ตรวจได้ทั้งเชื้อเป็นและเชื้อตาย: RT-PCR สามารถตรวจพบสารพันธุกรรมของไวรัสได้ ไม่ว่าจะเป็นเชื้อที่ยังมีชีวิตอยู่หรือเชื้อที่ตายแล้วก็ตาม ทำให้บางครั้งผู้ที่หายป่วยแล้วก็ยังอาจตรวจพบผลบวกได้ (ซึ่งไม่ได้หมายความว่ายังแพร่เชื้อได้)

  • ใช้เป็นผลยืนยันสำหรับการเดินทางหรือการทำงาน: ผลตรวจ RT-PCR มักจะได้รับการยอมรับในการใช้เป็นเอกสารยืนยันผลการตรวจเพื่อการเดินทางข้ามจังหวัด ข้ามประเทศ หรือการเข้าทำงานในบางองค์กร

ขั้นตอนการตรวจ RT-PCR

โดยทั่วไป การตรวจ RT-PCR จะมีขั้นตอนดังนี้:

  1. การเก็บตัวอย่าง (Sample Collection / Swab Test):

    • การเก็บจากหลังโพรงจมูก (Nasopharyngeal Swab): เจ้าหน้าที่จะใช้ไม้พันสำลีขนาดเล็กสอดเข้าไปทางจมูกจนถึงหลังโพรงจมูก เพื่อเก็บสารคัดหลั่ง

    • การเก็บจากลำคอ (Oropharyngeal Swab): เจ้าหน้าที่จะใช้ไม้พันสำลีเก็บสารคัดหลั่งบริเวณลำคอหรือต่อมทอนซิล

    • บางกรณีอาจมีการเก็บตัวอย่างจากน้ำลาย (Saliva) หรือสิ่งส่งตรวจอื่นๆ ขึ้นอยู่กับวิธีของห้องปฏิบัติการ

  2. การขนส่งตัวอย่าง: ตัวอย่างที่เก็บได้จะถูกเก็บในหลอดที่มีน้ำยาเฉพาะ (Viral Transport Medium: VTM หรือ UTM) และส่งไปยังห้องปฏิบัติการที่ได้มาตรฐานโดยเร็วที่สุด ภายใต้อุณหภูมิที่เหมาะสม

  3. การวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ:

    • ในห้องปฏิบัติการจะมีการสกัดสารพันธุกรรม (RNA) ออกจากตัวอย่าง

    • จากนั้นนำสารพันธุกรรมที่ได้มาเข้าสู่กระบวนการ Reverse Transcription เพื่อเปลี่ยน RNA ให้เป็น DNA (cDNA)

    • ตามด้วยกระบวนการ Polymerase Chain Reaction (PCR) เพื่อเพิ่มปริมาณ DNA ของไวรัสให้มากขึ้นหลายล้านเท่า ซึ่งในระหว่างการเพิ่มปริมาณนี้ เครื่องจะตรวจจับสัญญาณฟลูออเรสเซนต์ที่เกิดขึ้นเมื่อมีการเพิ่มปริมาณของยีนไวรัส

    • หากตรวจพบสัญญาณตามเกณฑ์ที่กำหนด แสดงว่ามีสารพันธุกรรมของเชื้อโควิด-19 อยู่ในตัวอย่าง

ความแม่นยำ

RT-PCR มีความไว (Sensitivity) และความจำเพาะ (Specificity) สูงมาก ทำให้มีโอกาสเกิดผลลบลวง (False Negative) หรือผลบวกลวง (False Positive) ต่ำกว่าการตรวจแบบ ATK อย่างไรก็ตาม ความแม่นยำของผลตรวจอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยต่างๆ เช่น คุณภาพในการเก็บตัวอย่าง ปริมาณเชื้อในร่างกาย (ซึ่งจะสูงที่สุดในช่วง 3-5 วันแรกที่มีอาการ) และการขนส่งตัวอย่าง

การรับรองความสามารถห้องปฏิบัติการเครือข่ายตรวจ COVID-19 ด้วยวิธี Real time RT-PCR

จากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข

1

สามารถออกรายงานผลการตรวจ 3 ภาษา (ไทย อังกฤษ จีน และญี่ปุ่น)

2

จากการแพร่ระบาดของโควิด 19 ในปี 2564 โรงพยาบาลซีเมด ลีฟวิ่งแคร์ ได้ตอบสนองนโยบายของภาครัฐ เป็นหน่วยคัดกรองผู้ติดเชื้อ

โควิด 19 ให้กับประชาชน โดยร่วมกับสำนักอนามัยกรุงเทพฯ

และการบริการภายในโรงพยาบาลกับประชาชน โดยร่วมกับสำนักอนามัยกรุงเทพฯ และการบริการภายในโรงพยาบาล

โรงพยาบาลซีเมด ลีฟวิ่งแคร์ ให้บริการตรวจโควิด 19 ด้วยวิธี RT-PCR

โรงพยาบาลซีเมด ลีฟวิ่งแคร์ (SEMed Living Care Hospital) ผู้ให้บริการตรวจสุขภาพด้านอาชีวเวชศาสตร์ครบวงจร ให้บริการตรวจสุขภาพก่อนเข้าทำงาน ตั้งแต่การตรวจสุขภาพตามปัจจัยเสี่ยงในการทำงาน บริการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ และบริการตรวจสุขภาพนอกสถานที่แก่สถานประกอบการที่ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ด้วยบุคลากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ อุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐาน นำเทคโนโลยีมาบริหารจัดการข้อมูล เพื่อความถูกต้องรวดเร็ว สามารถส่งผลการตรวจได้ตรงตามความต้องการของผู้รับบริการ ซึ่งสามารถดูผลตรวจสุขภาพผ่านระบบออนไลน์ได้

เราพร้อมให้การสนับสนุนข้อมูลทางวิชาการแก่สถานประกอบการ ให้หัวข้อต่างๆ ทั้งในด้านสุขภาพและด้านอาชีวเวชศาสตร์ ให้คำปรึกษาด้านสุขภาพ มอบบริการที่ใส่ใจ รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ลูกค้าทุกท่านพึงพอใจและได้ประโยชน์สูงสุด

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม 

โทร.: 0-2199-2111 ต่อ 161 แผนกการตลาด

หรือ 081-358-6493 (คุณอ้น), 086-368-5317 (คุณไอซ์)

อีเมล: [email protected]

LINE: @semed

Facebook: SEMed living care hospital