ตรวจสุขภาพตามปัจจัยเสี่ยงในการทำงานคืออะไร? นายจ้าง ลูกจ้างควรรู้
หนึ่งในบริการที่ทุกคนควรเข้ารับอย่างสม่ำเสมอ คือ การตรวจสุขภาพประจำปี เพื่อตรวจหาปัจจัยเสี่ยงและโรคแฝงต่างๆ ซึ่งหลายองค์กรอาจมีสวัสดิการด้านนี้ด้วย ขึ้นอยู่กับนโยบายขององค์กรนั้นๆ ทั้งนี้ ในงานที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพของบุคลากร องค์กรต้องตรวจสุขภาพตามปัจจัยเสี่ยงในการทำงานให้กับลูกจ้างตามที่กฎหมายกำหนด
การตรวจสุขภาพตามปัจจัยเสี่ยงในการทำงานคืออะไร
การ “ตรวจสุขภาพตามปัจจัยเสี่ยง” คือ การตรวจสุขภาพตามวิธีทางการแพทย์ เพื่อให้ทราบถึงความเหมาะสมของสุขภาพของลูกจ้าง และผลกระทบต่อสุขภาพลูกจ้างที่อาจเกิดจากการทำงานเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยง ซึ่งเป็นไปตามกฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานการตรวจสุขภาพลูกจ้างซึ่งเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยง พ.ศ. 2563 กล่าวคือ หากลูกจ้างเข้ามาทำงานที่มีความเสี่ยง นายจ้างจำเป็นต้องจัดการตรวจสุขภาพตามปัจจัยเสี่ยงให้แก่ลูกจ้างนั่นเอง
โดยนายจ้างต้องจัดให้มีการตรวจสุขภาพลูกจ้างซึ่งทำงานเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยงตามระยะเวลา ดังกรณีต่อไปนี้
การตรวจสุขภาพลูกจ้างครั้งแรก ภายใน 30 วันนับแต่วันที่รับลูกจ้างเข้าทำงาน และจัดให้มีการตรวจสุขภาพลูกจ้างครั้งต่อไปอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
กรณีที่ลักษณะหรือสภาพของงานเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยงที่มีความจำเป็นต้องตรวจสุขภาพ ตามระยะเวลาอื่นตามผลการตรวจสุขภาพ ให้นายจ้างจัดให้มีการตรวจสุขภาพลูกจ้างตามระยะเวลานั้น
กรณีที่งานมีปัจจัยเสี่ยงเปลี่ยน หรือแตกต่างไปจากเดิม ให้มีการตรวจสุขภาพลูกจ้างตามปัจจัยเสี่ยงใหม่ทุกครั้ง ให้เสร็จสิ้นภายใน 30 วันนับแต่วันที่เปลี่ยนงาน
ในกรณีที่ลูกจ้างซึ่งทำงานเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยงหยุดงานตั้งแต่ 3 วันขึ้นไป เนื่องจากประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยไม่ว่ากรณีใด ๆ ก่อนให้ลูกจ้างกลับเข้าทำงาน ให้นายจ้าง ขอความเห็นจากแพทย์ผู้รักษาหรือแพทย์ประจำสถานประกอบกิจการ หรือจัดให้มีการตรวจสุขภาพลูกจ้างโดยแพทย์ซึ่งได้รับวุฒิบัตรหรือหนังสืออนุมัติสาขาเวชศาสตร์ป้องกัน แขนงอาชีวเวชศาสตร์ หรือผ่านการอบรมด้านอาชีวเวชศาสตร์ตามหลักสูตรที่กระทรวงสาธารณสุขรับรอง
งานเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยงมีลักษณะอย่างไร
กฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานการตรวจสุขภาพลูกจ้างซึ่งเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยง พ.ศ. 2563 ได้กำหนดงานประเภทต่างๆ ที่มีความเสี่ยงต่อลูกจ้าง โดย “งานเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยง” แบ่งออกเป็น 5 ประเภท ดังนี้
- สารเคมีอันตรายตามที่อธิบดีประกาศกำหนด
- จุลชีวันเป็นพิษที่อาจเป็นเชื้อไวรัส แบคทีเรีย รา หรือสารชีวภาพอื่น
- กัมมันตภาพรังสี
- ความร้อน ความเย็น ความสั่นสะเทือน ความกดดันบรรยากาศ แสง หรือเสียง
- สภาพแวดล้อมอื่นที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพของลูกจ้าง เช่น ฝุ่นฝ้าย ฝุ่นไม้ ไอควันจากการเผาไหม้
หากในสถานที่ทำงานมีปัจจัยเสี่ยงด้านสุภาพข้างต้น นายจ้างก็จำเป็นต้องจัดการตรวจสุขภาพตามปัจจัยเสี่ยงในการทำงานให้แก่ลูกจ้าง
วัตุประสงค์การตรวจสุขภาพตามปัจจัยเสี่ยง มีอะไรบ้าง
ตรวจสุขภาพตามปัจจัยเสี่ยงในการทำงานมีความสำคัญหลายด้าน ทั้งกับนายจ้างและลูกจ้าง ดังนี้
1. ป้องกันโรคที่อาจพบได้ในระยะต้น
ยกตัวอย่างเช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง รวมไปถึงการคัดกรองมะเร็งปากมดลูก การคัดกรองมะเร็งเต้านม เป็นต้น
2. ประเมินความเหมาะสมของลูกจ้างต่อการทำงานเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยง
เพื่อให้นายจ้างทราบว่าสภาพร่างกายของลูกจ้างมีความพร้อมหรือไม่ เช่น การทำงานในที่อับอากาศ การทำงานบนแท่นน้ำมัน การทำงานบนเรือ เป็นต้น
3. เก็บข้อมูลพื้นฐาน
เพื่อเป็น Baseline สำหรับอ้างอิง และประเมินการเปลี่ยนแปลงจากการตรวจเฝ้าระวังในแต่ละปี
4. ตรวจหาความผิดปกติของลูกจ้าง ที่อาจเกิดจากการทำงานที่มีปัจจัยเสี่ยง
เป็นการตรวจสุขภาพตามปัจจัยเสี่ยงประจำปี หรือตรวจสุขภาพประเมินความพร้อมก่อนกลับเข้าทำงานหลังได้รับบาดเจ็บหรือเจ็บป่วย เช่น การตรวจสมรรถภาพการได้ยิน เพื่อเฝ้าระวังโรคประสาทหูเสื่อมจากเสียงสถานที่ทำงานที่มีเสียงดัง การตรวจสมรรถภาพปอดให้กับพนักงานที่สัมผัสสารเคมีที่มีผลต่อระบบทางเดินหายใจ เป็นต้น
ตรวจสุขภาพตามปัจจัยเสี่ยง ตรวจอะไรบ้าง
1. สารเคมีอันตราย
- ตรวจปริมาณสารเคมีสะสมในร่างกาย (เลือด/ปัสสาวะ) ที่มีค่าดัชนีชี้วัดทางชีวภาพ (BEI) ตามกฎหมาย
- ตรวจผลกระทบต่อระบบในร่างกายที่เป็นอวัยวะเป้าหมาย เช่น ผิวหนัง ตา ปอด ตับ ไต ความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด ระบบประสาทส่วนกลาง เป็นต้น
2. จุลชีวันเป็นพิษ
3. กัมมันตภาพรังสี
- ตรวจเฝ้าระวัง จากการตรวจ CBC ประเมินภาวะเม็ดเลือดขาว (ร่วมกับการตรวจวัดปริมาณการสัมผัสรังสีสะสม)
- การตรวจอสุจิ กรณีพบภาวะผิดปกติ หรือได้รับปริมาณรังสีเกินเกณฑ์มาตรฐาน
4. ความร้อน ความเย็น สั่นสะเทือน แสง เสียงความกดดันบรรยากาศ
- ความร้อน ความเย็น สั่นสะเทือน: ซักประวัติสุขภาพ ตรวจร่างกายทั่วไป เน้นระบบหัวใจและหลอดเลือด ระบบประสาทและกล้ามเนื้อ เป็นต้น
- แสง: ซักประวัติสุขภาพเกี่ยวกับการมองเห็น ตรวจสายตาทั่วไป ทดสอบสายตาด้านอาชีวอนามัย เป็นต้น
- เสียง: ซักประวัติสุขภาพเกี่ยวกับการได้ยิน ทดสอบสมรรถภาพการได้ยิน
5. สิ่งแวดล้อม (ฝุ่นฝ้าย ฝุ่นไม้ ไอควันจากการเผาไหม้)
1. ตรวจสุขภาพสำหรับผู้ปฏิบัติงานบนที่สูง
2. ตรวจสุขภาพสำหรับผู้ปฏิบัติงานในที่อับอากาศ
3. ตรวจสุขภาพสำหรับผู้ปฏิบัติงานสัมผัสอาหาร
โรงพยาบาลซีเมด ลีฟวิ่งแคร์ ให้บริการตรวจสุขภาพประจำปีครบวงจร
โรงพยาบาลซีเมด ลีฟวิ่งแคร์ (SEMed Living Care Hospital) ผู้ให้บริการตรวจสุขภาพด้านอาชีวเวชศาสตร์ครบวงจร ให้บริการตรวจสุขภาพนอกสถานที่แก่สถานประกอบการได้ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ รวมไปถึงการตรวจสุขภาพตามปัจจัยเสี่ยงในการทำงาน ด้วยบุคลากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ อุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐาน นำเทคโนโลยีมาบริหารจัดการข้อมูล เพื่อความถูกต้องรวดเร็ว สามารถส่งผลการตรวจได้ตรงตามความต้องการของผู้รับบริการ ซึ่งสามารถดูผลตรวจสุขภาพผ่านระบบออนไลน์ได้
เราพร้อมให้การสนับสนุนข้อมูลทางวิชาการแก่สถานประกอบการ ให้หัวข้อต่างๆ ทั้งในด้านสุขภาพและด้านอาชีวเวชศาสตร์ ให้คำปรึกษาด้านสุขภาพ มอบบริการที่ใส่ใจ รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ลูกค้าทุกท่านพึงพอใจและได้ประโยชน์สูงสุด ช่วยวางแผนการตรวจสุขภาพตามปัจจัยเสี่ยงและตรวจสุขภาพประจำปี
ตรวจสุขภาพครั้งใด.. นึกถึง โรงพยาบาลซีเมด ลีฟวิ่งแคร์ เราไม่เคยหยุดนิ่ง เพื่อสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
โทร.: 0-2199-2111 ต่อ 161 แผนกการตลาด
หรือ 081-358-6493 (คุณอ้น), 086-368-5317 (คุณไอซ์)
อีเมล: [email protected]
LINE: @semed
Facebook: SEMed living care hospital