ตรวจสุขภาพตามปัจจัยเสี่ยงในการทำงานคืออะไร? นายจ้าง ลูกจ้างควรรู้
ตรวจสุขภาพ

ตรวจสุขภาพตามปัจจัยเสี่ยงในการทำงานคืออะไร? นายจ้าง ลูกจ้างควรรู้

บทความสุขภาพ
23 ก.ย. 2567 5 นาที

หนึ่งในบริการที่ทุกคนควรเข้ารับอย่างสม่ำเสมอ คือ การตรวจสุขภาพประจำปี เพื่อตรวจหาปัจจัยเสี่ยงและโรคแฝงต่างๆ ซึ่งหลายองค์กรอาจมีสวัสดิการด้านนี้ด้วย ขึ้นอยู่กับนโยบายขององค์กรนั้นๆ  ทั้งนี้ ในงานที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพของบุคลากร องค์กรต้องตรวจสุขภาพตามปัจจัยเสี่ยงในการทำงานให้กับลูกจ้างตามที่กฎหมายกำหนด

การตรวจสุขภาพตามปัจจัยเสี่ยงในการทำงานคืออะไร

การ “ตรวจสุขภาพตามปัจจัยเสี่ยง” คือ การตรวจสุขภาพตามวิธีทางการแพทย์ เพื่อให้ทราบถึงความเหมาะสมของสุขภาพของลูกจ้าง และผลกระทบต่อสุขภาพลูกจ้างที่อาจเกิดจากการทำงานเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยง ซึ่งเป็นไปตามกฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานการตรวจสุขภาพลูกจ้างซึ่งเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยง พ.ศ. 2563 กล่าวคือ หากลูกจ้างเข้ามาทำงานที่มีความเสี่ยง นายจ้างจำเป็นต้องจัดการตรวจสุขภาพตามปัจจัยเสี่ยงให้แก่ลูกจ้างนั่นเอง

โดยนายจ้างต้องจัดให้มีการตรวจสุขภาพลูกจ้างซึ่งทำงานเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยงตามระยะเวลา ดังกรณีต่อไปนี้

  • การตรวจสุขภาพลูกจ้างครั้งแรก  ภายใน 30 วันนับแต่วันที่รับลูกจ้างเข้าทำงาน และจัดให้มีการตรวจสุขภาพลูกจ้างครั้งต่อไปอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

  • กรณีที่ลักษณะหรือสภาพของงานเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยงที่มีความจำเป็นต้องตรวจสุขภาพ ตามระยะเวลาอื่นตามผลการตรวจสุขภาพ ให้นายจ้างจัดให้มีการตรวจสุขภาพลูกจ้างตามระยะเวลานั้น

  • กรณีที่งานมีปัจจัยเสี่ยงเปลี่ยน หรือแตกต่างไปจากเดิม ให้มีการตรวจสุขภาพลูกจ้างตามปัจจัยเสี่ยงใหม่ทุกครั้ง ให้เสร็จสิ้นภายใน 30 วันนับแต่วันที่เปลี่ยนงาน

  • ในกรณีที่ลูกจ้างซึ่งทำงานเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยงหยุดงานตั้งแต่ 3 วันขึ้นไป  เนื่องจากประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยไม่ว่ากรณีใด ๆ ก่อนให้ลูกจ้างกลับเข้าทำงาน ให้นายจ้าง ขอความเห็นจากแพทย์ผู้รักษาหรือแพทย์ประจำสถานประกอบกิจการ หรือจัดให้มีการตรวจสุขภาพลูกจ้างโดยแพทย์ซึ่งได้รับวุฒิบัตรหรือหนังสืออนุมัติสาขาเวชศาสตร์ป้องกัน แขนงอาชีวเวชศาสตร์ หรือผ่านการอบรมด้านอาชีวเวชศาสตร์ตามหลักสูตรที่กระทรวงสาธารณสุขรับรอง

งานเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยงมีลักษณะอย่างไร

กฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานการตรวจสุขภาพลูกจ้างซึ่งเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยง พ.ศ. 2563 ได้กำหนดงานประเภทต่างๆ ที่มีความเสี่ยงต่อลูกจ้าง โดย “งานเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยง” แบ่งออกเป็น 5 ประเภท ดังนี้ 

  1. สารเคมีอันตรายตามที่อธิบดีประกาศกำหนด
  2. จุลชีวันเป็นพิษที่อาจเป็นเชื้อไวรัส แบคทีเรีย รา หรือสารชีวภาพอื่น
  3. กัมมันตภาพรังสี
  4. ความร้อน ความเย็น ความสั่นสะเทือน ความกดดันบรรยากาศ แสง หรือเสียง
  5. สภาพแวดล้อมอื่นที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพของลูกจ้าง เช่น ฝุ่นฝ้าย ฝุ่นไม้ ไอควันจากการเผาไหม้

หากในสถานที่ทำงานมีปัจจัยเสี่ยงด้านสุภาพข้างต้น นายจ้างก็จำเป็นต้องจัดการตรวจสุขภาพตามปัจจัยเสี่ยงในการทำงานให้แก่ลูกจ้าง

วัตุประสงค์การตรวจสุขภาพตามปัจจัยเสี่ยง มีอะไรบ้าง

ตรวจสุขภาพตามปัจจัยเสี่ยงในการทำงานมีความสำคัญหลายด้าน ทั้งกับนายจ้างและลูกจ้าง ดังนี้

1. ป้องกันโรคที่อาจพบได้ในระยะต้น

ยกตัวอย่างเช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง รวมไปถึงการคัดกรองมะเร็งปากมดลูก  การคัดกรองมะเร็งเต้านม เป็นต้น

2. ประเมินความเหมาะสมของลูกจ้างต่อการทำงานเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยง

เพื่อให้นายจ้างทราบว่าสภาพร่างกายของลูกจ้างมีความพร้อมหรือไม่ เช่น การทำงานในที่อับอากาศ การทำงานบนแท่นน้ำมัน การทำงานบนเรือ เป็นต้น

3. เก็บข้อมูลพื้นฐาน

 เพื่อเป็น Baseline สำหรับอ้างอิง และประเมินการเปลี่ยนแปลงจากการตรวจเฝ้าระวังในแต่ละปี

4. ตรวจหาความผิดปกติของลูกจ้าง ที่อาจเกิดจากการทำงานที่มีปัจจัยเสี่ยง

เป็นการตรวจสุขภาพตามปัจจัยเสี่ยงประจำปี หรือตรวจสุขภาพประเมินความพร้อมก่อนกลับเข้าทำงานหลังได้รับบาดเจ็บหรือเจ็บป่วย เช่น การตรวจสมรรถภาพการได้ยิน เพื่อเฝ้าระวังโรคประสาทหูเสื่อมจากเสียงสถานที่ทำงานที่มีเสียงดัง การตรวจสมรรถภาพปอดให้กับพนักงานที่สัมผัสสารเคมีที่มีผลต่อระบบทางเดินหายใจ เป็นต้น

ตรวจสุขภาพตามปัจจัยเสี่ยง ตรวจอะไรบ้าง

1. สารเคมีอันตราย

  • ตรวจปริมาณสารเคมีสะสมในร่างกาย (เลือด/ปัสสาวะ) ที่มีค่าดัชนีชี้วัดทางชีวภาพ (BEI) ตามกฎหมาย
  • ตรวจผลกระทบต่อระบบในร่างกายที่เป็นอวัยวะเป้าหมาย เช่น ผิวหนัง ตา ปอด ตับ ไต ความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด ระบบประสาทส่วนกลาง เป็นต้น

2. จุลชีวันเป็นพิษ

3. กัมมันตภาพรังสี

  • ตรวจเฝ้าระวัง จากการตรวจ CBC ประเมินภาวะเม็ดเลือดขาว (ร่วมกับการตรวจวัดปริมาณการสัมผัสรังสีสะสม)
  • การตรวจอสุจิ กรณีพบภาวะผิดปกติ หรือได้รับปริมาณรังสีเกินเกณฑ์มาตรฐาน

4. ความร้อน ความเย็น สั่นสะเทือน แสง เสียงความกดดันบรรยากาศ

  • ความร้อน ความเย็น สั่นสะเทือน: ซักประวัติสุขภาพ ตรวจร่างกายทั่วไป เน้นระบบหัวใจและหลอดเลือด ระบบประสาทและกล้ามเนื้อ เป็นต้น
  • แสง: ซักประวัติสุขภาพเกี่ยวกับการมองเห็น ตรวจสายตาทั่วไป ทดสอบสายตาด้านอาชีวอนามัย เป็นต้น
  • เสียง: ซักประวัติสุขภาพเกี่ยวกับการได้ยิน ทดสอบสมรรถภาพการได้ยิน

5. สิ่งแวดล้อม (ฝุ่นฝ้าย ฝุ่นไม้ ไอควันจากการเผาไหม้)

1. ตรวจสุขภาพสำหรับผู้ปฏิบัติงานบนที่สูง

2. ตรวจสุขภาพสำหรับผู้ปฏิบัติงานในที่อับอากาศ

3. ตรวจสุขภาพสำหรับผู้ปฏิบัติงานสัมผัสอาหาร

โรงพยาบาลซีเมด ลีฟวิ่งแคร์ ให้บริการตรวจสุขภาพประจำปีครบวงจร

โรงพยาบาลซีเมด ลีฟวิ่งแคร์ (SEMed Living Care Hospital) ผู้ให้บริการตรวจสุขภาพด้านอาชีวเวชศาสตร์ครบวงจร ให้บริการตรวจสุขภาพนอกสถานที่แก่สถานประกอบการได้ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ รวมไปถึงการตรวจสุขภาพตามปัจจัยเสี่ยงในการทำงาน ด้วยบุคลากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ อุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐาน นำเทคโนโลยีมาบริหารจัดการข้อมูล เพื่อความถูกต้องรวดเร็ว สามารถส่งผลการตรวจได้ตรงตามความต้องการของผู้รับบริการ ซึ่งสามารถดูผลตรวจสุขภาพผ่านระบบออนไลน์ได้ 

เราพร้อมให้การสนับสนุนข้อมูลทางวิชาการแก่สถานประกอบการ ให้หัวข้อต่างๆ ทั้งในด้านสุขภาพและด้านอาชีวเวชศาสตร์ ให้คำปรึกษาด้านสุขภาพ มอบบริการที่ใส่ใจ รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ลูกค้าทุกท่านพึงพอใจและได้ประโยชน์สูงสุด ช่วยวางแผนการตรวจสุขภาพตามปัจจัยเสี่ยงและตรวจสุขภาพประจำปี

ตรวจสุขภาพครั้งใด.. นึกถึง โรงพยาบาลซีเมด ลีฟวิ่งแคร์ เราไม่เคยหยุดนิ่ง เพื่อสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม 

โทร.: 0-2199-2111 ต่อ 161 แผนกการตลาด

หรือ 081-358-6493 (คุณอ้น), 086-368-5317 (คุณไอซ์)

อีเมล: [email protected]

LINE: @semed

Facebook: SEMed living care hospital